“ดาวน์ซินโดรม” ไม่ได้เกิดเฉพาะกับแม่อายุมาก!

หลายคนเข้าใจผิดว่าการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมจะเกิดแค่กับคุณแม่วัย 35+ แต่ความจริงคือ…หญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เพราะสาเหตุเกิดจาก “ความผิดปกติของโครโมโซม” ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ด้วยการกินอาหาร หรือดูแลสุขภาพ ดาวน์ซินโดรมคืออะไร ?ภาวะที่ทารกมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง (รวมเป็น 47 แท่ง) 🧬 จะส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา และการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมของพ่อแม่ แต่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นเอง ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุแม่แม้ทุกคนจะมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงของการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมจะเพิ่มขึ้นตามอายุของแม่อย่างชัดเจน เช่น หญิงที่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุ 20–30 ปี มีโอกาสน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหญิงที่ตั้งครรภ์ในวัย 35 ปีขึ้นไป ซึ่งความเสี่ยงจะสูงขึ้นมากในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ควรรู้นอกจากอายุแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่เพิ่มความเสี่ยงในการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม เช่น• เคยมีลูกที่เป็นดาวน์ซินโดรมมาก่อน• มีประวัติคนในครอบครัวเป็นดาวน์ซินโดรม• เป็นพาหะของความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด (เช่น translocation)• อายุของพ่อที่มากขึ้น แม้จะมีผลน้อยกว่าฝ่ายแม่แต่ก็อาจมีส่วน• การตั้งครรภ์จากการรักษาภาวะมีบุตรยากในบางกรณี แม้ป้องกันไม่ได้ 100% แต่สามารถ “ตรวจคัดกรอง” ได้ ในปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์ เช่น […]
Maximize Your Cell Counting Efficiency – NC-202™

🔬Maximize Your Cell Counting Efficiency – NC-202™ เชิญร่วม Product Showcase & Technical Workshop เพื่อเรียนรู้เทคนิคการใช้งานจริง ที่จะช่วยให้การนับเซลล์ของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด — และทดลองใช้จริงกับตัวอย่างของคุณเอง❗️📍 จำกัดเพียง 40 ที่นั่ง สำหรับบุคลากร คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะสหเวชศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย🖥 สำหรับผู้สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าฟัง ออนไลน์ ฟรี❗️🗓 วันที่: 31 กรกฎาคม 2568⏰ เวลา: 09.00 – 12.00 น.📌 สถานที่: ห้อง 1012 ชั้น 10 อาคารอปร. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ🛑 ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 25 กรกฎาคม 2568 (ที่นั่ง On site […]
ฝากท้องครั้งแรก…คุณแม่ต้องเตรียมตัวตรวจอะไรบ้าง?

สำหรับว่าที่คุณแม่มือใหม่ทั้งหลายที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อย่ามัวดีใจจนลืมไปว่าต้องไปฝากครรภ์นะคะ โดยเฉพาะว่าที่คุณแม่ป้ายแดงที่เป็นท้องแรก ยังไม่มีประสบการณ์ คงมีคำถามมากมายว่าจะต้องเตรียมตัวไปฝากครรภ์อย่างไร ต้องนำเอกสารอะไรไปบ้าง แล้วการฝากครรภ์ครั้งแรกต้องตรวจอะไร เพื่อตอบทุกข้อสงสัยเหล่านี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝาก ฝากครรภ์สำคัญอย่างไร? การฝากครรภ์เป็นการดูแลสุขภาพครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงก่อนคลอด โดยว่าที่คุณแม่มือใหม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ควรพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ และเข้ารับการตรวจครรภ์ตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ การฝากครรภ์ถือว่าสำคัญมากเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด ไม่จำกัดแค่ว่าท้องแรก แต่ไม่ว่าจะเป็นท้องที่ 2 หรือ 3 ก็ควรต้องฝากครรภ์ทั้งสิ้น เพราะแพทย์จะช่วยดูแลให้สุขภาพของผู้ตั้งครรภ์และทารกแข็งแรงปลอดภัย พร้อมทั้งให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพครรภ์อย่างถูกต้อง การปฏิบัติตัวต่างๆ ในช่วงตั้งครรภ์ ทั้งนี้การฝากครรภ์จะช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์ และสามารถรักษาได้ทันเวลา เช่น โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคลมชัก ครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น ประโยชน์ของการฝากครรภ์ การเตรียมตัวไปฝากครรภ์ ในเรื่องของการฝากครรภ์สำหรับคุณแม่ป้ายแดง คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาเลย คือ ควรไปฝากครรภ์ที่ไหนดีนะ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการเลือกสถานที่นั้นไม่ได้กำหนดเอาไว้ตายตัว แต่สามารถพิจารณาตามความเหมาะสม และความสะดวก ได้ดังนี้ สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อไปฝากครรภ์ครั้งแรก ฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอตรวจอะไรบ้าง ? เมื่อเราไปฝากครรภ์ครั้งแรก จะมีการตรวจร่างกาย สุขภาพครรภ์ ดังนี้ เมื่อตรวจเสร็จเรียบร้อยคุณแม่ตั้งครรภ์จะรับวิตามินหรือยาบำรุงร่างกายคุณแม่ พร้อมกลับมาฝากครรภ์ตามนัด โดยแพทย์จะนัดให้มาตรวจครรภ์โดยแบ่งเป็น 3 ไตรมาส โดยจะมีการตรวจที่แตกต่างกันออกไป […]
Microdeletions มีความสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร?

การตรวจ NIPT(Non-Invasive Prenatal Testing) ความผิดปกติในกลุ่มอาการ “Microdeletion” ที่มีสาเหตุจากการที่ชิ้นส่วนขนาดเล็กบนโครโมโซมที่ขาดหายไป ซึ่งความผิดปกติชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกช่วงกลุ่มอายุในโอกาสเท่าๆ กัน ซึ่งต่างจากกลุ่มอาการดาวน์ที่พบเจอได้บ่อยกว่าในกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุมาก Microdeletion ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะทางพันธุกรรมที่สำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ และโอกาสพบเจอความผิดปกติของลูกน้อยอยู่ที่ 1 ใน 1,000 ของทารกแรกเกิด ทำไมการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการไมโครดีลิทชั่นในหญิงตั้งครรภ์จึงมีความสำคัญ เนื่องจากในปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้การตรวจคัดกรองกลุ่มอาการไมโครดีลิทชั่นยังสามารถทำได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ซึ่งมีหลายวิธี ทั้งนี้คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองที่เหมาะสม รายละเอียดการตรวจ https://bccmedicalgroup.com/th/vangene-non-invasive-prenatal-test-nipt/ อ้างอิงข้อมูล: American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). (2019). Committee Opinion No. 691: Carrier Screening for Genetic Conditions. Obstetrics & Gynecology, 133(3), e223–e230. doi:10.1097/aog.0000000000003113
ท้องสองทำไมใหญ่กว่าท้องแรก? น้ำหนักพุ่งเร็ว แม่ต้องรู้ !

น้ำหนักและขนาดครรภ์ของคุณแม่ท้องสองคุณแม่ท้องสองหลายท่านอาจจะรู้สึกว่าท้องนี้แตกต่างกับท้องแรกหลายอย่างเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมากกว่าตอนท้องแรกเยอะมาก อีกทั้งท้องก็ใหญ่โตเหลือเกิน ว่าแต่ทำไมท้องสองครั้งนี้มันช่างแตกต่างกันมากขนาดนี้นะ สาเหตุที่ทำให้น้ำหนักและขนาดครรภ์ของคุณแม่ท้องสองมักจะใหญ่กว่าท้องแรก อาจเป็นเพราะสาเหตุดังนี้ นอกจากนั้นแล้ว ปัญหาอื่นๆที่แม่ท้องต้องเจอเมื่อตำแหน่งของลูกในท้องสองอยู่ต่ำกว่าในท้องแรก เช่น ปวดปัสสาวะบ่อยกว่าท้องแรก มีแรงกดทับบริเวณอุ้งเชิงกราน และกระเพาะปัสสาวะมากกว่าตอนท้องแรก จึงอาจทำให้แม่ท้องมีอาการเจ็บอุ้งเชิงกรานได้ และอาจทำให้แม่ท้องมีอาการปวดหลังมากกว่าท้องแรก สำหรับคุณแม่บางคนก็อาจทำให้เกิดการปวดหลังถาวรเลยก็มี “ท้องสอง” ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆที่จะช่วยดูแลให้คุณแม่ท้องสองมีสุขภาพที่ดีทำได้ดังนี้🔸ไม่ปล่อยให้ท้องว่าง และควรกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน🔸หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หากแม่ท้องต้องหยิบของที่อยู่บนพื้น อย่าก้มลงไปหยิบ ให้ค่อยๆย่อเข่าลงแล้วค่อยหยิบของขึ้นมา🔸นอนตะแคงซ้ายและหาหมอนข้างมาวางรองระหว่างขาการที่น้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์ลูกคนที่สองจะขึ้นอย่างรวดเร็วและท้องใหญ่กว่าท้องแรกนั้นเป็นเรื่องปกติ คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลใจไป แต่ถ้าแม่ท้องมีอาการการผิดปกติอื่นๆก็ควรรีบไปหาคุณหมอเพื่อตรวจรักษาจะดีที่สุด